อาการปวดเข่า ข้อเข่าฝืด เดินขึ้นลงบันไดลำบาก หรือมีเสียงดังในข้อขณะเคลื่อนไหว อาจเป็นสัญญาณหนึ่งของ โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) ซึ่งพบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น รวมถึงผู้ที่ใช้งานข้อเข่าหนักหรือเคยได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า
ปัจจุบันการรักษาข้อเข่าเสื่อมมีหลายวิธี และไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนจะต้องเข้ารับการผ่าตัด หนึ่งในทางเลือกที่แพทย์อาจพิจารณา คือ การฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่า หรือ Hyaluronic Acid (HA) เพื่อช่วยบรรเทาอาการและเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหวของข้อเข่า
ภายในข้อเข่ามีกระดูกอ่อนผิวข้อที่ช่วยให้กระดูกเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น เมื่อกระดูกอ่อนเกิดการเสื่อมสภาพหรือสึกลง ผิวข้อจะไม่เรียบเหมือนเดิม ส่งผลให้เกิดการเสียดสีและการระคายเคืองภายในข้อ
ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการปวดเข่า ข้อฝืด งอหรือเหยียดเข่าได้ไม่เต็มที่ มีเสียงในข้อขณะเคลื่อนไหว หรือในบางรายอาจมีข้อเข่าบวมและส่งผลต่อการเดินหรือการใช้ชีวิตประจำวัน

ตามธรรมชาติ ภายในข้อเข่าของเรามีน้ำไขข้อที่ทำหน้าที่ช่วยหล่อลื่นข้อและรองรับแรงกระแทก โดยมี Hyaluronic Acid (HA) เป็นส่วนประกอบสำคัญ
เมื่อข้อเข่าเกิดความเสื่อม คุณสมบัติของน้ำไขข้ออาจเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ประสิทธิภาพในการหล่อลื่นและรองรับแรงกระแทกลดลง
การฉีด Hyaluronic Acid เข้าไปในข้อเข่าจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่แพทย์อาจเลือกใช้เพื่อช่วยเพิ่มการหล่อลื่นภายในข้อ ลดการเสียดสี และช่วยบรรเทาอาการจากข้อเข่าเสื่อม
การรักษาด้วย Hyaluronic Acid มีเป้าหมายสำคัญในการช่วยลดอาการปวดและข้อฝืด ทำให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้สะดวกขึ้น
อย่างไรก็ตาม การฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่า ไม่ได้ทำให้กระดูกอ่อนที่เสื่อมแล้วกลับมาเป็นปกติ แต่เป็นการรักษาเพื่อควบคุมและบรรเทาอาการ โดยผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย

การฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่าอาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีอาการปวดหรือข้อฝืดหลังได้รับการดูแลด้วยวิธีอื่น เช่น การปรับพฤติกรรม การออกกำลังกาย การทำกายภาพบำบัด หรือการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์
ผู้ที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หรือมีข้อจำกัดบางประการในการเข้ารับการผ่าตัด อาจได้รับการพิจารณาวิธีนี้เช่นกัน ทั้งนี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจและประเมินระดับความเสื่อมของข้อเข่าจากแพทย์ก่อน
ก่อนการรักษา แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินข้อเข่า รวมถึงอาจพิจารณาภาพเอกซเรย์หรือการตรวจอื่นเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
เมื่อประเมินแล้วว่าสามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้ แพทย์จะฉีด Hyaluronic Acid เข้าไปภายในข้อเข่าโดยตรง จำนวนครั้งและชนิดของสารที่ใช้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ อาการ และดุลยพินิจของแพทย์
หลังการฉีดควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ลงน้ำหนักหรือสร้างแรงกระแทกต่อข้อเข่ามากเกินไปในช่วงแรก เช่น วิ่ง ออกกำลังกายหนัก เดินเป็นระยะเวลานาน หรือยกของหนัก และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
บางรายอาจมีอาการปวด บวม หรือตึงบริเวณข้อชั่วคราวหลังฉีด หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดหรือบวมมากขึ้น มีรอยแดง ร้อน หรือมีไข้ ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือพบแพทย์เพื่อรับการประเมิน

การฉีด Hyaluronic Acid เป็นการรักษาเพื่อ ช่วยบรรเทาอาการของข้อเข่าเสื่อม ไม่ใช่การรักษาที่ทำให้ข้อเข่าที่เสื่อมกลับมาเป็นข้อปกติทั้งหมด
การดูแลข้อเข่าในระยะยาวจึงควรทำร่วมกับการควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า การทำกายภาพบำบัด และการปรับกิจกรรมในชีวิตประจำวันตามคำแนะนำของแพทย์
สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเข่าหรือข้อเข่าเสื่อม และได้รับการประเมินจากแพทย์แล้วว่าการฉีดสารเข้าข้อเข่าเป็นแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
โรงพยาบาลมาย สปายน์ เขาใหญ่ มีบริการฉีดเข้าข้อเข่า โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้
-การฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่า Hyaluronic Acid จำนวน 1 เข็ม ราคา 10,900 บาท/เข็ม
-การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อเข่า จำนวน 1 เข็ม ราคา 1,600 บาท/เข็ม
ราคาดังกล่าวรวมค่าแพทย์ ค่าบริการโรงพยาบาล และค่าเครื่องมือที่เกี่ยวข้องแล้ว
การฉีด Hyaluronic Acid มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเพิ่มการหล่อลื่นภายในข้อ ลดการเสียดสี และช่วยบรรเทาอาการปวดหรือข้อฝืดจากภาวะข้อเข่าเสื่อม
ส่วนการฉีด Steroid เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แพทย์อาจพิจารณาในผู้ป่วยบางราย โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดภายในข้อ
การรักษาทั้งสองวิธีมีข้อบ่งชี้และความเหมาะสมแตกต่างกัน ผู้ป่วยจึงควรได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์ก่อนเลือกวิธีการรักษา
หากมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง เดินลำบาก ข้อฝืด งอหรือเหยียดเข่าไม่สุด หรืออาการเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุและประเมินระดับความเสื่อมของข้อเข่า
โรงพยาบาลมาย สปายน์ เขาใหญ่ ให้บริการตรวจประเมินอาการทางกระดูกและข้อ เพื่อวางแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ตั้งแต่การรักษาแบบไม่ผ่าตัด ไปจนถึงแนวทางการรักษาอื่นตามข้อบ่งชี้ เพราะข้อเข่าของแต่ละคนมีระดับความเสื่อมและสาเหตุของอาการปวดที่แตกต่างกัน การรักษาที่เหมาะสมจึงควรเริ่มจากการตรวจประเมินโดยแพทย์
หมายเหตุ: แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยพิจารณาจากอาการ ระดับความเสื่อมของข้อเข่า และปัจจัยด้านสุขภาพอื่น ๆ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพ ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ ผลการรักษาอาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย